"บ้านลืมเพ-ลา" บูติกโฮมสเตย์ใจกลางเมืองระยอง (น้องหมาน้องแมวพักได้)
Baan Leum Payla Heritage Homestay บ้านลืมเพ-ลา เฮอร์ริเทจ โฮมสเตย์
บูติกโฮมสเตย์ใจกลางเมืองระยอง ที่พัก Pet-Friendly ที่เงียบสงบไร้กาลเวลา

กิ่งลั่นทมโผล่พ้นขอบประตูรั้วที่สูงกว่าศีรษะ ทิ้งดอกร่วงโปรยปรายอยู่บนถนนในซอยหน้าบ้าน ฉันวางเป้เดินทางหนักอึ้งลงเมื่อเห็นป้ายเล็ก ๆ ข้างรั้ว “บ้านลืมเพ-ลา” นี่แหละคือจุดหมายปลายทางที่ตามหา ถือวิสาสะเลื่อนเปิดประตูไม้บานใหญ่ สองเท้าก้าวเข้าไป พลันนั้นลั่นทมสั่นกระเพื่อมจนหยดน้ำสะเด็ดลงมา คุณพระ..! ไม่ได้มีพลังงานอะไรบางอย่าง แต่คือกระรอกสีน้ำตาลตัวจ้อยหางฟูที่กระโดดโผจากกิ่งต้นลั่นทมแล้ววิ่งปรู๊ดต่อไปยังข่อยต้นใหญ่นั่นต่างหาก ฉันเผลอมองตามกระรอกไป แล้วก็ได้เห็นแสงอาทิตย์ส่องลอดใบหนาของต้นข่อยลงมาทาทาบผืนหญ้าสีเขียวสดตรงกลางลานบ้านอย่างพอดิบพอดี ในตอนนั้นเองที่เข็มนาฬิกาของฉันหยุดเดินไว้ชั่วคราว
จากความรกร้างสู่บ้านสวนกลางเมืองระยอง
ไม่ไกลจากย่านเมืองเก่า ชายหาด และสถานที่สำคัญใจกลางเมืองระยอง บ้านลืมเพ-ลาซ่อนตัวอยู่กลางแมกไม้ บรรยากาศเงียบสงบ นอกจากที่ ‘ลืมเพ-ลา’ จะไม่มีโทรทัศน์ ก็ยังขอความร่วมมือลดการใช้เสียงดังหลัง 4 ทุ่มเพื่อเอื้ออารีต่อเพื่อนบ้านรอบข้างที่ส่วนมากเป็นผู้สูงวัย
แต่เจ้าของโฮมสเตย์แห่งนี้คือหญิงสาววัยเพียงเลขสาม คุณบึง สรีระ สุขเกษม สาวครีเอทีฟที่ทำงานอยู่ในเมืองหลวงและจะเปิดบ้านรับแขกเพียงช่วงเสาร์อาทิตย์กับวันหยุดนักขัตฤกษ์ เดิมที่ดินตรงนี้เป็นของแม่และพ่อของคุณบึง แต่ถูกปล่อยไว้กลายเป็นที่กองสุมข้าวของที่ถูกทิ้งขว้าง ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนเมื่อประมาณปี 2554 คุณพ่อเกษียณจากการทำงานที่กรุงเทพฯ และตั้งใจจะกลับมาสร้างบ้านพักตากอากาศที่ระยอง คุณบึงจึงคิดจะปรับปรุงที่ว่างที่มีแต่จะรกร้างและเสื่อมโทรม ให้เป็นบ้านเล็ก ๆ สักหลังที่มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบภาคตะวันออก สอดคล้องกับย่านเมืองเก่าของระยองที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร

จากผืนดินเปล่า ค่อยคิดและทำโดยอาศัยปรึกษาเพื่อนที่เป็นสถาปนิกมาช่วยออกแบบโครงสร้างให้ ส่วนการตกแต่งสิ่งละอันพันละน้อยนั้น ใช้ความชอบของตัวคุณบึงเองเป็นหลัก รายละเอียดเล็ก ๆ น่ารักเข้ากันกับที่พักสไตล์ไทย ๆ เช่นกะเบียน(หรือบางคนเรียกกะด้งน้อย)ที่ตกแต่งบนฝาผนัง กรงนกหัวจุกที่นำมาทำโคมไฟ หรือบานประตูไม้เก่า ๆ มาเสริมขา ทาสี กลายเป็นโต๊ะกินข้าวตัวยาวที่รับแขกได้ทั้งครอบครัว แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดขายของบ้านหลังนี้คือความอุดมร่มรื่นของพันธุ์ไม้หลายชนิด ทั้งข่อยที่เป็นไม้พื้นเมือง สะเดาอินเดียที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของบ้านหลังนี้ เหลืองปรีดิยาธรหรือทองอุไร จั๋งด่าง มอนเตสเซอร่า เฟิร์นข้าหลวง ดีปลี ฯลฯ


“ตอนมาปรับปรุงพื้นที่ พยายามตัดต้นไม้ออกไปให้น้อยที่สุด ตั้งใจอยากอนุรักษ์พันธุ์ไม้เดิมให้ได้มากที่สุด” คุณบึงบอก ระหว่างนั้นลมพัดพาใบสีเหลืองทองของสะเดาอินเดียร่วงหล่นลงมาอยู่เป็นระยะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านกลางป่าอยู่เหมือนกัน
เขียวใบแค แดงก้ามปูอสุรา ฟ้าตาแมว
เขียวใบแค แดงก้ามปูอสุรา ฟ้าตาแมว…คือชื่อเฉดสีในระบบสีไทยโทน (Thaitone) ที่วิจัยและให้ชื่อโดย ดร. ไพโรจน์ พิทยเมธี นักวิชาการศิลปะด้านทัศนศิลป์ เป็นการเรียกชื่อสีตามแร่ธาตุและพืชพรรณในธรรมชาติของไทย คุณบึงหยิบยกชื่อสีไทยโทน 3 สีมาตั้งเป็นชื่อห้องพักที่มีอยู่เพียง 3 Type
“เป็นสามสีที่เราชอบที่สุด ตั้งใจแต่แรกที่จะให้มีสามห้อง สามสี และเป็นสามเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของครอบครัวเราด้วย...”
เริ่มที่ เขียวใบแค ห้องที่แยกออกมาเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้น เป็นห้องที่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงตัวเล็กถึงกลางเข้าพักกับเจ้าของได้ การตกแต่งทั้งสีผนัง ผ้าม่าน หมอนอิง และสิ่งประดับตกแต่ง ยึดโทนสีเขียวใบแค เพื่อสื่อถึงหนึ่งในอาชีพของต้นตระกูล
“บรรพบุรุษดั้งเดิมของเราทางระยองทำสวนมะม่วงมาตลอด ก็เลยอยากให้ห้องนี้เป็นสีเขียว และเราก็ชอบต้นไม้ด้วย เวลาคนมาพักก็จะได้อารมณ์เหมือนอยู่ในป่า ส่วนมากครอบครัวที่มีผู้สูงวัยมาด้วยจะแนะนำให้พักห้องเขียวใบแคเพราะไม่ต้องขึ้นลงบันไดสูง คุณย่าคุณยายที่มาก็จะบอกว่ารู้สึกคิดถึงบ้านเก่าจัง นึกถึงบ้านที่เคยอยู่ตอนเด็ก ๆ ซึ่งบ้านแบบนั้นก็ไม่มีแล้ว เขามาพักแล้วรู้สึกทำให้อยากกลับบ้านอีกครั้ง...”
ห้องที่สอง ฟ้าตาแมว ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน ฟ้า แบบดวงตาของแมว ในห้องยังมีดวงตากลมแป๋วของแมว 3 สายพันธุ์ จ้องเรามาจากปลอกหมอน กรอบรูปและรูปหล่อหัวเตียง เห็นแล้วทาสแมวอย่างฉันก็มันเขี้ยว กอดรัดฟัดเหวี่ยงหมอนหน้าแมวนี่ทั้งคืน
ห้องฟ้าตาแมวได้แรงบันดาลใจจากบ้านเก่าคุณย่าของคุณบึงที่เลี้ยงแมวไว้เยอะ จึงอยากให้แขกที่มาพักห้องนี้รู้สึกว่ามีน้องแมวเป็นเพื่อน... ซึ่งได้ผล คนเอ็นดูแมวเป็นพิเศษน่าจะชอบห้องนี้(หรือไม่ก็อาจจะคิดถึงแมวที่บ้านยิ่งกว่าเดิม) แต่ถ้ายังไม่หนำใจ แนะนำให้ลองสังเกตรอบ ๆ ลืมเพ-ลา จะเห็นน้องแมวหลายตัวหลายสีของเพื่อนบ้านแถว ๆ นี้ผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ามานอนเกลือกกลิ้งอยู่จุดนั้นมุมนี้อยู่ตลอดทั้งวัน
ส่วนห้องแดงก้ามปูอสุรา สะท้อนภาพลักษณ์ชายหนุ่มมาดเข้มผู้รักการผจญภัยในท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นตัวปลา ตะเกียง ลูกโลก อ่างหินล้างหน้า ริ้วลายคลื่นบนฝาผนัง เช่นกันกับโทนสีแดงที่ไม่ใช่แค่แดงธรรมดา แต่ต้องเป็นแดงก้ามปู ห้องนี้มีเพื่อระลึกถึงคุณปู่ผู้รักความโลดโผน ผู้กระโดดจากอาชีพรับราชการครูไปเป็นต้นหนเรือ
“ปู่เป็นคนชอบผจญภัย ชอบออกไปกับเรือ ห้องนี้เลยตกแต่งให้เหมือนอยู่ในท้องเรือเพื่อระลึกถึงอาชีพเก่าของปู่”
ข้าวคลุกพริกเกลือ จานเอกลักษณ์ของภาคตะวันออก
“ลองกินนี่รองท้องก่อนนะคะ”
คุณบึงเสิร์ฟขนมปังสไตล์ญี่ปุ่น ชิโอะ ปัน (Shio Pan) ที่เธอนวดเองอบเอง กัดเข้าไปคำแรก แสงก็พุ่งออกจากตา… ผิวสัมผัสด้านนอกค่อนข้างกรอบแต่ข้างในนุ่มชุ่มลิ้นมาก เธอบอกว่าเธอเป็นคนชอบทำอาหาร ทำขนม และขยันพลิกแพลงสูตรนั้นสูตรนี้อยู่เสมอ อาหารเช้าของที่นี่คุณบึงก็ลงมือรังสรรค์เองแบบจานต่อจาน เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้มากที่สุดเพราะบางคนอาจจะแพ้สารอาหารบางชนิด

นอกจากขนมปังและอาหารเช้าสไตล์อเมริกัน(ที่ฉันให้คะแนนร้อยเต็มสิบ) ยังโชคดีได้กินอาหารที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของคนภาคตะวันออก คือ ข้าวคลุกพริกเกลือ เสิร์ฟมากับซุปฟักไก่ จัดจานมาอย่างสวยงามราวกับนั่งอยู่ในภัตตาคารห้าดาว เพิ่งรู้ว่าพริกเกลือของคนที่นี่หมายถึงน้ำจิ้มซีฟู้ด ข้าวหุงน้ำซุปนิ่มและหอม กินกับกุ้ง ปลาหมึก และปลากะพงทอดกรอบนอกนุ่มใน (หรือไม่ก็เป็นปลาอินทรี แล้วแต่จะมาช่วงไหน) ฉันกินเข้าไปแค่ครึ่งจานก็อิ่มจนน้ำตาจะไหล ต้องแอบมองหากล่องข้าวไว้เก็บกินมื้อต่อไปเพราะเธอเสิร์ฟมาให้แบบเกินอิ่มจริง ๆ
“เราต้องการให้ลูกค้านอนหลับและกินอิ่ม ถ้ามาแล้วยังไม่อิ่ม ยังต้องออกไปหาอะไรกินข้างนอก เราคิดว่าไม่ค่อยตอบโจทย์…”
โอโมเตะนาชิ Omotenashi
ใครเคยไปเที่ยวญี่ปุ่น อาจคุ้นเคยกับคำว่า โอโมเตะนาชิ (Omotenashi) ปรัชญาการต้อนรับขับสู้แบบญี่ปุ่นที่เน้นการเอาใจใส่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาจนกว่าจะลับสายตากลับออกไป ที่ลืมเพ-ลา เราจะได้รับประสบการณ์แบบนั้น อาจเพราะนี่คือบุคลิกส่วนตัวของเจ้าของบ้านที่เป็นคนใส่ใจรายละเอียดและอยากให้แขกทุกคนรู้สึกเหมือนมาพักผ่อนบ้านเพื่อนตัวเอง
ขนมแฮนด์เมด ฝีมือคุณบึงทำเองทั้งหมด เสิร์ฟสดๆ ชิ้นต่อชิ้น
นอกจากต้องการมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่สบายที่สุดให้กับผู้เข้าพัก ลืมเพ-ลายังเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Eco-Friendly แม้วันนี้ยังไม่ 100% แต่ในอนาคตก็ตั้งใจไว้แล้วว่าที่พักแห่งนี้จะต้องกลายเป็น Zero Waste หรือลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด
คิดถึงนะพี่อาร์โนลด์ Would you know my name if I saw you in heaven?Pet Friendly
“เราเองก็เลี้ยงหมา เวลาจะไปไหนมาไหนจึงเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ถ้าเลี้ยงสัตว์ ก็อยากจะพาเขาไปด้วย...”
เหตุผลที่ลืมเพ-ลาทำที่พักแบบ Pet Friendly อาจต้องยกความดีความชอบให้ อาร์โนลด์ (ชวาร์เซเน็กเกอร์ คนนั้นนั่นแหละ) เจ้าของบ้านตัวสีขาวพันธุ์ชิวาา สูงกว่าตาตุ่มหน่อยนึงแต่ท่าทางขึงขังเอาเรื่อง อาร์โนลด์เป็นหมาที่ใช้ความน่ารักได้สิ้นเปลืองมาก เตือนอย่างเดียวอย่าเผลอไปแตะตัวเขาก็แล้วกัน แต่ใครจะพาหมาแมวมาพักที่นี่ด้วยไม่ต้องกลัวจะว่าอาร์โนลด์จะดุใส่ ไม่ว่าสมาชิกครอบครัวจะเป็นคนหรือเพื่อนสี่ขา จะได้รับการต้อนรับอย่างดีที่นี่แน่นอน
เสียงของธรรมชาติ
ในตอนกลางวันที่ท้องฟ้าสีสันสดสวย ฉันออกจากห้องพักมานั่งเล่นที่พื้นที่ส่วนกลางของโฮมสเตย์ ผีเสื้อไม่ต่ำกว่าสิบตัวบินอวดปีกวิบวับต้องประกายแดด นกขมิ้นสีเหลืองจัดส่งเสียงทักออกมาจากกิ่งไม้และมันยังแวบมาทักทายฉันที่ขอบหน้าต่างตอนเช้าอีกด้วย หากใครได้มาที่นี่ฉันอยากชวนให้ลองหลับตาแล้วฟัง…เสียงกราวของใบไม้ที่ลมพัดผ่าน เสียงกาเหว่ากับนกปรอดที่ร้องจิ๊บจั๊บอยู่ตลอดทั้งวันอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย…
ไม่อยากเชื่อเลยว่าห่างออกไปนิดเดียวคือถนนใหญ่ ใครอยากได้ที่พักที่ทั้งใกล้เมือง หาของกินง่าย ไม่ห่างทะเล แต่ก็ยังต้องการบรรยากาศสงบเงียบที่เหมาะแก่การพักผ่อนเพื่อเติมพลังชีวิต… ฉันมั่นใจว่าลืมเพ-ลาโฮมสเตย์คือคำตอบทั้งหมดที่คุณต้องการ.
3 Things you should do
เดินเที่ยวย่านเมืองเก่าและถนนยมจินดา แวะคาเฟ่เก๋ ๆ ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมโบราณที่ยังคงสภาพเดิม
ปั่นจักรยานเที่ยวหมู่บ้านชาวประมงและสะพานก้นปึก ที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก
แวะชื่นชมโบสถ์อายุหลายร้อยปีที่วัดโขด(ทิมทาราม) วัดเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดระยองที่มีหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
ที่ติดต่อ
Baan Leum Payla Heritage Homestay บ้านลืมเพ-ลา เฮอร์ริเทจ โฮมสเตย์
4/25 ถนนข้างอำเภอซอย 7 ตำบลเชิงเนิน, Rayong, Thailand, Rayong
แผนที่ https://maps.app.goo.gl/JZvo8xSthWzfkxQD6
เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/BaanLeumPayla/































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น