ปลายปีนั้นฉันเที่ยวระยอง : บทนำ
หมายเหตุ : ปลายปี 2566 ฉันได้รับโอกาสให้เดินทางไปจังหวัดระยอง
ได้ใช้ชีวิตที่นั่นกว่า 30 วันได้ท่องเที่ยวไปกว่า 20 สถานที่
และกลับมาพร้อมหนังสือที่ชื่อว่า Happy City: Ra Yong
หนังสือยังพอมีเหลือ หากใครอยากได้ ทักมา ยินดีส่งให้ฟรี
แต่ถ้าจะรออ่านในบล็อกก็ได้
เพราะฉันกำลังจะนำเรื่องราวการเดินทาง 20 วัน 20 สถานที่
มาลงให้อ่านรายตอนในบล็อกนี้แล้ว

[บทนำ]
ที่นี่… สถานีระยอง
ขอต้อนรับสู่ ‘ระย้องงง’ (ออกเสียงสูงงงแบบมิสแกรนด์)
ทันทีที่รู้ว่าฉันจะได้เดินทางไปจังหวัดที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดของประเทศไทย
เพื่อนคนที่หนึ่งโพล่งขึ้นมาว่า ‘จะไปทำไม ที่นั่นมีแต่โรงงานอุตสาหกรรม'
คนที่สองพูดสวนขึ้นมาว่า 'อิจฉาต่างหากล่ะ จะได้ไปเที่ยวทะเล'
ส่วนคนสุดท้ายไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากย้ำว่าจะต้องส่งทุเรียน เงาะ มังคุด ฯลฯ กลับมาให้กินด้วย อย่าไปเสียเที่ยว
ทั้ง 3 คนนี้มีใครเข้าใจ ‘ระยอง’ ผิดหรือเปล่า ฉันว่าไม่...
ระยองเป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมมากถึง 12 แห่ง มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ(รองจากชลบุรี) มีชายหาด เกาะ และที่ท่องเที่ยวทางทะเลไม่ต่ำกว่า 15 ที่ มีผลไม้ที่ปลูกได้ปีละมากกว่าหลายแสนตัน มีคำขวัญที่บ่งบอกถึงความหลากหลายอย่าง ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก ฯลฯ
ดังนั้น จะบอกว่าระยองเป็นใคร เป็นอะไร ก็ถูกไปเสียทุกอย่าง
และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันรู้สึกตลอดมาว่า นี่คือจังหวัดที่น่าสนใจ น่าเข้าไปทำความรู้จัก ถ้าเป็นคน ก็คือคนที่เราอยากพิมพ์คำว่า ‘ทักครับ’ ส่งให้วันละ 3 เวลา
แต่คนที่เราอยากรู้จักกับคนที่เราใช้ชีวิตร่วมด้วยได้อาจไม่ใช่คนเดียวกัน ฉันใด
คำว่าเมืองน่าเที่ยว ก็อาจไม่ใช่ที่เดียวกับเมืองน่าอยู่ ฉันนั้น
โครงการ ‘Happy City’ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ ชวนเรามาค้นหาความน่าอยู่ของเมืองน่าอยู่ อยู่แล้วดี ดีต่อกาย อารมณ์ และสังคมรอบข้าง
ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมโครงการกับเพื่อน ๆ อีก 4 ท่าน The Cloud และสถาบันอาศรมศิลป์
และยิ่งดีใจมากที่สุดเมื่อเป็นจังหวัดระยอง
หนึ่งเดือนจากนี้ ชีวิตในระยองซิตี้จะแฮปปี้หรือเปล่า ระยองจะเป็นมากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองที่น่าอยู่ด้วยหรือไม่... เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แล้วออกไปหาคำตอบพร้อมกัน บัดเดี๋ยวนี้
Let’s Go!
--
เรื่องและภาพ : อรุณวนา สนิกะวาที


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น